พลังงานแสงอาทิตย์เป็นวิธีที่ดีในการจ่ายพลังงานให้กับบ้านและธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีสองประเภทหลัก คือ ระบบแบบไม่ต่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้า (off-grid) และระบบแบบต่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้า (on-grid) แต่ละระบบมีข้อดีและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน SUNGO อยู่ที่นี่เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับระบบเหล่านี้ ระบบแสงอาทิตย์ เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการทำงานของแต่ละระบบ และระบุว่าระบบใดอาจเหมาะกับคุณมากที่สุด
ระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบไม่ต่อเชื่อมกับโครงข่ายไฟฟ้า (off-grid) เปรียบเสมือนเกาะเล็กๆ ที่แยกตัวออกมา ระบบเหล่านี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าหลัก แต่จะผลิตไฟฟ้าเองโดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ ลองนึกภาพว่าคุณอาศัยอยู่ในกระท่อมกลางป่าลึกที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้าผ่านเข้ามาเลย คุณจึงจำเป็นต้องพึ่งพาโครงข่ายพลังงานแบบ off-grid เพื่อใช้กับไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ระบบดังกล่าวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสถานที่ห่างไกล หรือผู้ที่ต้องการความเป็นอิสระจากแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการเก็บพลังงาน ซึ่งอาจมีราคาสูงและต้องบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ระบบโซลาร์แบบออนกริดจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ดักจับแสงแดดและผลิตพลังงาน แต่ใช้โครงข่ายไฟฟ้าเป็นแหล่งสำรองพลังงาน หากแผงผลิตพลังงานได้มากกว่าความต้องการ จะส่งพลังงานส่วนเกินกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเทียบได้กับการได้รับเครดิตจากบริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้า แต่หากผลิตพลังงานไม่เพียงพอ ก็สามารถดึงพลังงานจากโครงข่ายไฟฟ้ามาใช้ได้ ระบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ในเมืองที่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างสะดวก โดยทั่วไปแล้ว ค่าติดตั้งจะถูกกว่าระบบแบบออฟกริด และไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ระบบอาจไม่สามารถทำงานได้ เว้นแต่ว่าจะมีการติดตั้งพิเศษ
หากอยู่ในเมืองหรือพื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบเชื่อมต่อกับโครงข่าย (on-grid) คือทางเลือกอัจฉริยะ ซึ่งมักมีต้นทุนการติดตั้งต่ำกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้โดยส่งพลังงานส่วนเกินกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า อีกทั้งยังควรพิจารณาด้านงบประมาณด้วย สำหรับระบบแบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่าย (off-grid) จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเนื่องจากต้องลงทุนซื้อแบตเตอรี่และมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ในขณะที่ระบบ on-grid จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อแบตเตอรี่
การเปลี่ยนมาใช้ระบบโซลาร์เซลล์แบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่าย (off-grid) เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้งานจำนวนมาก ระบบ off-grid หมายถึงการไม่เชื่อมต่อกับสายส่งหลักของโครงข่ายไฟฟ้า แต่ใช้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดคือความเป็นอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าซึ่งอาจดับลงในช่วงพายุ จึงเหมาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง เช่น SUNGO off-grid เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพระบบสุริยะ ให้พลังงานที่เชื่อถือได้
อีกหนึ่งข้อได้เปรียบคือการประหยัดเงินในระยะยาว แม้ว่าแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูง แต่หลังจากนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนอีกต่อไป เพราะสามารถผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้เอง ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยช่วยลดมลพิษจากการไม่ใช้ถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ จึงมีส่วนช่วยรักษาโลกให้สะอาดเพื่ออนาคตของลูกหลาน ทั้งนี้ ด้วยระบบ off-grid คุณสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ใกล้ชิดธรรมชาติ ห่างไกลจากเมือง และจ่ายไฟให้บ้านได้ทุกที่ พร้อมเพลิดเพลินกับความสงบเงียบ
ก่อนตัดสินใจเลือกระหว่างระบบ off-grid หรือ on-grid ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ โดยปัจจัยแรกคือสถานที่ตั้ง หากอยู่ในเมืองที่มีแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เชื่อถือได้และราคาไม่แพง ระบบ on-grid จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้ และใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายเมื่อแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ แต่ในพื้นที่ชนบทที่มีปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ระบบโซล่าเซลล์แบบออฟกริด sUNGO ช่วยประเมินความเหมาะสมได้ดีขึ้น
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ผลิตภัณฑ์ของเราได้ถูกจำหน่ายไปยังกว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงโซลาร์ออปติไมเซอร์ เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เราจึงยึดมั่นในหลักการดำเนินงานและการให้บริการแบบเฉพาะพื้นที่ และได้จัดตั้งบริษัทย่อยระดับภูมิภาคขึ้นในเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ในอนาคตอันใกล้นี้ เราวางแผนที่จะจัดตั้งสำนักงานขายและบริการทั่วสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม
เราจะจัดหาตัวเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานแสงอาทิตย์ (pv optimizer) และบริการหลังการขายที่ดีที่สุดให้กับคุณ ปัจจุบันเราได้สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจในหลายประเทศต่างทวีป เช่น บราซิล, ฮอลแลนด์, ปากีสถาน, ญี่ปุ่น, โปแลนด์, เยอรมนี และประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชียและแอฟริกา ซึ่งทำให้บริการหลังการขายของเราสามารถเข้าถึงคุณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง นอกจากนี้ บริการสอบถามออนไลน์ตลอด 24/7 ของเราก็สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
SUNGO Energy Technology มุ่งเน้นด้านอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (power optimisers) สำหรับระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบเก็บพลังงานแบบติดตั้งฝั่งผู้ใช้งาน (user-side PV and storage products) โดยมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์รวมกับระบบเก็บพลังงาน (PV + storage) ที่มีสมรรถนะโดดเด่นและอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเสนอโซลูชันด้านพลังงานที่ครอบคลุมหลากหลาย เราให้บริการผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้แก่ อุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพอัจฉริยะ (intelligent optimizers) และระบบเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน (lithium-ion battery energy storage systems) ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทางอุตสาหกรรมทั้งหมด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ เราจะยังคงลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ติดตั้งและบำรุงรักษาง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถผสานรวมเข้ากับระบบที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น
ที่ Solar Optimizer Price เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการโซลูชันพลังงานหมุนเวียนที่มีคุณภาพสูงสุดแก่ลูกค้าทั่วทั้งโลก ผลิตภัณฑ์และบริการแบบ MLPE ของเราประกอบด้วยสินค้าและบริการหลากหลายประเภท รวมถึงแผงเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง ตัวปรับแต่งอัจฉริยะ (smart optimizers) และระบบเก็บพลังงาน